บาคาร่ามิวสิค

สำหรับนักพนันไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ ย่อมจะต้องการมีเทคนิคเล่นบาคาร่าอย่างไรให้สามารถทำเงินให้กับตัวเองได้อย่างแน่นอน ถึงแม้กลุ่มนักพนันมืออาชีพที่เราจะชอบเรียกกันว่า เซียนพนัน จะต้องมีเทคนิคที่พวกเขาใช้กันเป็นประจำอยู่แล้วตามรูปแบบการเล่นของตัวเอง แต่เหล่าเซียนพนันเหล่านั้นก็จะมีการแสวงหาเทคนิคเล่นบาคาร่าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะเอามาปรับปรุงในการวางเดิมพันของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการทำกำไรให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในบทความนี้จะบอกเทคนิคเล่นบาคาร่าโดยจะมีการแบ่งเป็น 2 หัวข้อด้วยกันซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้จะต้องนำมาใช้ควบคู่กันเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการสร้างกำไรให้ คือ การดูเค้าไพ่บาคาร่า และ หลักการเดินเงินของบาคาร่า

การดูเค้าไพ่บาคาร่า

ซึ่งเค้าไพ่บาคาร่านั้นมีรูปแบบหลักที่พบเจอกันอยู่บ่อยครั้งจำนวน 4 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งโดยปกติแล้วการอ่านเค้าไพ่บาคาร่าเป็นเทคนิคเล่นบาคาร่าที่เหล่าเซียนพนันนิยมนำไปใช้ในการวางเดิมพันมากที่สุด โดยเค้าไพ่บาคาร่านั้นจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงผลการออกไพ่เกมถัดไปได้ ซึ่งรูปแบบของเค้าไพ่บาคาร่ามีดังนี้

1.เค้าไพ่มังกร การออกเค้าไพ่มังกรนั้นจะมีลักษณะการออกไพ่ที่มีฝั่งใดฝั่งหนึ่งเป็นฝ่ายชนะ 5 เกมติดต่อกัน ยกตัวอย่างเช่น ในเกมนี้ ฝั่งผู้เล่นชนะติดต่อกัน 5 เกม ซึ่งหากออกไพ่ในรูปแบบนี้ให้เราวางเดิมพันฝั่งผู้เล่นในเกมถัดไปได้เลย โดยจะวางไปจนกว่าหน้าไพ่จะเปลี่ยนหรือแพ้นั่นเอง

สำหรับเค้าไพ่มังกรนั้น เป็นเทคนิคเล่นบาคาร่าที่เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วในกลุ่มนักพนัน เป็นเค้าไพ่ที่มีการสังเกตได้ง่าย ซึ่งแม้แต่นักพนันมือใหม่ก็สามารถสังเกตและนำไปใช้ได้

  1. เค้าไพ่ปิงปอง การเรียกเค้าไพ่ในลักษณะนี้มาจากรูปแบบที่มีการแพ้ชนะสลับกันไป แบบเดียวกันกับการตีปิงปองที่ตีสลับกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝั่งผู้เล่นชนะ แล้วสลับเป็นฝั่งเจ้ามือชนะ แล้วเกมต่อไปเป็นฝั่งผู้เล่นชนะ และในเกมที่สี่เจ้ามือเป็นฝั่งชนะ ซึ่งรูปเกมจะเป็นการผลัดกันแพ้ชนะแบบนี้ไปเรื่อยๆ แปลว่ารูปเกมเริ่มเข้าสูตรเค้าไพ่ปิงปอง ถ้าเป็นแบบนี้ผู้วางเดิมพันสามารถวางเดิมพันฝั่งตรงกันข้ามได้ทันที แต่หากมีการแพ้ชนะสลับกันเพียงคู่เดียว เช่น ฝั่งผู้เล่นชนะ แล้วเกมที่สองฝั่งเจ้ามือชนะ เช่นนี้ยังไม่เรียกว่าเค้าไพ่ปิงปอง ผู้วางเดิมพันจะต้องใจเย็นและรอดูผลการออกไพ่ในเกมต่อๆ ไปเสียก่อน

3.เค้าไพ่ออกติดสลับหนึ่ง ซึ่งเค้าไพ่ลักษณะนี้จะต้องสังเกตการออกไพ่ใน 3 เกมสุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น เกมที่ 1 ผู้เล่นชนะ เกมที่ 2 ผู้เล่นชนะ แล้วเกมที่ 3 เจ้ามือชนะ หากไพ่ออกมาในรูปแบบนี้ในเกมถัดไปให้ผู้วางเดิมพันเลือกวางเดิมพันฝั่งตรงกันข้ามซึ่งก็คือฝั่งผู้เล่นได้ทันที

4.เค้าไพ่ออกติดสองสลับสอง ซึ่งเค้าไพ่ในลักษณะนี้จะต้องใช้การสังเกตการออกไพ่ใน 4 เกมสุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น เกมที่ 1 ผู้เล่นเป็นฝั่งชนะ เกมที่ 2 ผู้เล่นเป็นฝั่งชนะ เกมที่ 3และ4 เจ้ามือเป็นฝั่งชนะ หากไพ่ออกมาในรูปแบบนี้ให้ผู้วางเดิมพันเลือกวางเดิมพันฝั่งตรงกันข้ามซึ่งก็คือฝั่งผู้เล่นนั่นเอง

เทคนิคการเดินเงินบาคาร่า

สำหรับเทคนิคการเดินเงินบาคาร่านั้น เป็นเทคนิคเล่นบาคาร่าที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับการอ่านเค้าไพ่บาคาร่า ซึ่งการเดินเงินบาคาร่าเป็นเทคนิคเล่นบาคาร่าที่ช่วยให้นักพนันสามารถวางแผนเงินทุนของตัวเองได้ ซึ่งเทคนิคเล่นบาคาร่าในรูปแบบการเดินเงินนั้นจะมี 2 รูปแบบหลักๆ คือ

1.การเดินเงินบาคาร่าแบบคงที่ ซึ่งรูปแบบการเดินเงินแบบคงที่นั้น ผู้วางเดิมพันจะต้องวางเงินเดิมพันในจำนวนเงินที่เท่ากันในทุกตา โดยจะมีการกำหนดจำนวนเงินต่อ 1 หน่วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้วางเดิมพันกำหนด 1 หน่วยต่อเงินวางเดิมพัน 100 บาท ฉะนั้น ในทุกเกมผู้วางเดิมพันจะต้องลงเงินจำนวน 100 บาทต่อเกมในทุกๆ เกม จนกว่าผู้วางเดิมพันจะหยุดเล่นเกม ซึ่งในการใช้รูปแบบการเดินเงินแบบคงที่นั้นผู้วางเดิมพันจะต้องไม่มีการเพิ่มจำนวนเงินวางเดิมพันโดยเด็ดขาด

2.การเดินเงินบาคาร่าแบบมาติงเกล ซึ่งจะเป็นรูปแบบการเดินเงินที่ผู้วางเดิมพันจะต้องเพิ่มเงินวางเดิมพันเป็น 1 เท่าทุกครั้งที่แพ้ ซึ่งจะมีการกำหนดหน่วยของเงินวางเดิมพันเช่นเดียวกันกับการเดินเงินแบบคงที่ ยกตัวอย่างเช่น

ผู้วางเดิมพัน กำหนดเงินเดิมพันที่ 1 หน่วยต่อเงินวางเดิมพัน 100 บาท

-เมื่อผู้วางเดิมพันแพ้ ผู้วางเดิมพันจะต้องวางเดิมพันในเกมถัดไปเพิ่มอีก 1 หน่วย ซึ่งก็คือ จะต้องวางเดิมพันเป็น 2 หน่วย เท่ากับ 200 บาท

-ซึ่งหากในเกมถัดไปผู้วางเดิมพันแพ้อีก ก็ต้องวางเดิมพันเพิ่มอีก 2 หน่วย คือ 200 บาท ก็จะเท่ากับ 400 บาท

-โดยจะเป็นการวางเดิมพันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ ซึ่งเมื่อจบเกมผู้วางเดิมพันจะได้เงินกำไรกลับมาพร้อมกับเงินทุน แต่ข้อเสียของรูปแบบนี้คือ ผู้วางเดิมพันจะต้องมีเงินทุนที่เยอะพอสมควรเนื่องจากจะต้องใช้ในการเพิ่มทุนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ

เทคนิคการเปรียบเทียบผลลัพธ์ในเกมบาคาร่า

สำหรับเทคนิคเล่นบาคาร่าในรูปแบบนี้ จะเป็นการอ่านค่าของผลลัพธ์ในโต๊ะบาคาร่าที่เล่น โดยมีการนำเอาผลชนะของทั้งสองฝั่งมาเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าฝั่งใดที่มีผลชนะน้อยกว่า โดยเทคนิคเล่นบาคาร่านี้ผู้วางเดิมพันจะทำการวางเดิมพันเพียงหนึ่งเกมเท่านั้น

ซึ่งสิ่งแรกที่ผู้วางเดิมพันจะต้องรู้ก่อนที่จะใช้เทคนิคเล่นบาคาร่าในแบบของการเปรียบเทียบผลลัพธ์นั้นก็คือ อัตราการชนะของแต่ละฝั่ง ซึ่งได้มีการสรุปเป็นสถิติไว้ดังนี้

-เจ้ามือ 45.86 เปอร์เซ็นต์

-ผู้เล่น 44.62 เปอร์เซ็นต์

-เสมอ 9.52 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้จะเห็นผลชัดเจนในโต๊ะบาคาร่าที่เล่นกันมาในระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเรียกว่า HOUSE EDGE โดยผู้วางเดิมพันจะต้องดูผลลัพธ์ของโต๊ะบาคาร่าที่มีการเล่นมากกว่า 20 เกมขึ้นไป จะทำให้ผลลัพธ์นั้นออกมาแม่นยำมาก และหากมีการเปรียบเทียบแล้วมีการชนะกันมากกว่า 4 เกมขึ้นไป ก็ยิ่งเป็นค่าที่มีการคาดเดาไปง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเทคนิคเล่นบาคาร่าที่ให้ความแม่นยำได้มากยิ่งขึ้น

แนวทางการปรับเทคนิคเล่นบาคาร่าให้เข้ากับตัวเอง

ผู้วางเดิมพันจะต้องทราบก่อนว่า เทคนิคเล่นบาคาร่าต่างๆ ที่มีการแนะนำมานั้นเป็นเพียงหนึ่งในแนวทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสการชนะในเกมบาคาร่าได้เท่านั้น ซึ่งเทคนิคเล่นบาคาร่าต่างๆ เป็นแนวทางในการช่วยให้ผู้วางเดิมพันมือใหม่หรือผู้ที่เคยวางเดิมพันแล้วแต่ยังเล่นไม่เก่งสามารถเล่นบาคาร่าได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งหากมีการเล่นบาคาร่าไประยะหนึ่งแล้วผู้วางเดิมพันย่อมจะต้องมีการเรียนรู้แล้วเข้าใจถึงรูปแบบเกมของบาคาร่านั้นมากขึ้น ซึ่งการศึกษาเทคนิคเล่นบาคาร่าในรูปแบบต่างๆ แล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับรูปแบบการเล่นของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้วางเดิมพันควรที่จะทำการจดบันทึกถึงสถิติการออกไพ่ในทุกเกมที่เล่นบาคาร่า เพื่อนำมาเปรียบเทียบถึงความเป็นไปได้ และนำมาปรับใช้กับเทคนิคเล่นบาคาร่าที่มีอยู่ ซึ่งหากทำเช่นนี้แล้วรับประกันได้เลยว่าผู้วางเดิมพันจะสามารถได้รับเงินกำไรจากการเล่นบาคาร่าได้อย่างแน่นอน